
"ผมต้องอยู่แบบหลบ ๆ ซ่อน ๆ มาตลอดชีวิตของผม เพราะถ้าหากมีคนรู้ความจริงเกี่ยวกับตัวผม วังวนของการถูกล้อเลียน การถูกดูถูกจากผู้คนรอบข้างก็จะกลับมาเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตผมอีก" คำพูดประโยคแรก ที่เอก (นามสมมติ) เอ่ยเมื่อเริ่มต้นเล่าเรื่องราวชีวิตของเขา
เอกเกิดมาโดยที่ร่างกายมีทั้งอวัยวะเพศหญิงและเพศชายอยู่ด้วยกัน เขาบอกว่าหากมองจากภายนอกจะดูเหมือนว่าเขามีอวัยวะเพศหญิงเพียงอย่างเดียว ดังนั้นเขาจึงถูกระบุว่าเป็นทารกเพศหญิงเมื่อแรกคลอด แต่แท้จริงแล้วภายในนั้นยังมีอวัยวะเพศชายซ่อนอยู่ ซึ่งในวัยเด็กเขาเองก็ไม่รู้ตัวเช่นกัน
เอกถูกเลี้ยงดูมาในฐานะเด็กผู้หญิง เขาใส่กระโปรงไปโรงเรียนเหมือนเด็กหญิงคนอื่น ๆ เพียงแต่ในใจลึก ๆ แล้วนั้น เขารู้สึกไม่ชอบอะไรที่เป็นผู้หญิงเลย และอยากเป็นเด็กผู้ชาย เขาจึงมักจะไปวิ่งเล่นกับเด็กผู้ชายเสียเป็นส่วนใหญ่
เอกบอกว่าจุดหักเหแรกในชีวิตเริ่มขึ้นตอนเรียนอยู่ชั้น ม.3 ตอนนั้นเขามีร่างกายแข็งแรง มีกล้ามเนื้อเหมือนเด็กผู้ชาย ชอบเล่นกีฬาที่ต้องใช้พละกำลัง และที่ทำได้ดีที่สุดคือการวิ่งระยะ 100 เมตร ที่เขาทำสถิติได้ดีมากจนติดทีมของโรงเรียนได้ไปแข่งขันในทุกรายการที่จังหวัดจัดขึ้น จากนั้นก็ขยับไปคัดตัวเป็นตัวแทนเขต และได้ที่หนึ่ง จึงถูกส่งไปคัดตัวเพื่อเข้าร่วมทีมชาติ
ชีวิตช่วงนั้นมีแต่ความสุขเอกบอก เขามุ่งมั่นและซ้อมหนักและการคัดตัวก็ผ่านไปด้วยดี แต่ความฝันที่จะเป็นนักกีฬาทีมชาติต้องหยุดชะงัก เมื่อมีการประท้วงขอให้ตรวจสอบ เพราะสงสัยว่าเขาเป็นเด็กผู้หญิงจริงหรือไม่
ผลการตรวจโครโมโซมชี้ว่าเขามีโครโมโซมที่บ่งชี้ว่าเป็นเพศชาย อนาคตที่หวังจะได้เป็นนักวิ่งทีมชาติจึงดับวูบ มีแต่ความว้าวุ่นเข้ามาแทนที่
"หลังจากที่ผลตรวจออกมาระบุว่าผมเป็นผู้ชาย ตอนนั้นผมสับสนไปหมด คำนำหน้าชื่อตั้งแต่เด็กก็เป็นเด็กหญิงมาตลอด อวัยวะเพศก็เป็นผู้หญิง ตกลงแล้วเราเป็นอะไร เราเป็นตัวอะไรกันแน่ ผมสับสนมาก อับอาย และเริ่มไม่อยากพบหน้าผู้คน" เอกพูดด้วยเสียงสั่นเครือเมื่อต้องเล่าย้อนกลับไปในวัยเด็ก
เพื่อน ๆ พากันล้อเลียนเขาด้วยคำพูดต่าง ๆ นา ๆ และที่ทำให้เขารู้สึกแย่ที่สุดคือฉายา "บักหำแบ่ง" ที่เพื่อนตั้งให้ แต่ในเวลาช่วงเดียวกันนั้นเอกก็เริ่มสังเกตเห็นตัวเองว่าเมื่อใดที่ได้อยู่ใกล้ชิดกับเพื่อนผู้หญิงที่ชอบ อวัยวะเพศชายที่ซ่อนอยู่ภายในจะแข็งตัวยื่นออกมา
"ผมไม่รู้ว่าผมจะเดินไปทางไหน เป็นผู้หญิงก็ไม่ใช่ เป็นผู้ชายก็ไม่ใช่ ผมไม่รู้ว่าผมอยู่ตรงจุดไหนของสังคม ตอนนั้นผมเก็บตัว โรงเรียนก็ไม่ไป เพราะไม่อยากไปถูกเพื่อนล้อให้เสียใจ ส่วนที่บ้านเมื่อรู้ว่าผมถูกกระทำแบบนี้จากที่โรงเรียน แทนที่จะให้กำลังใจและอยู่ข้าง ๆ ผม แต่เปล่าเลย ผมเคว้งคว้างมาก" เอกเล่าทั้งน้ำตา
ถึงอย่างนั้นเอกยังกัดฟันจนเรียนจบ ม.3 จากนั้นไม่นานก็ตัดสินใจเดินทางเข้ากรุงเทพฯ เพื่อหนีจากสายตาเหยียดหยามของคนที่รู้เรื่องของเขา
เผชิญชีวิตในเมืองหลวง
ที่กรุงเทพฯ เอกต้องอาศัยวัดอยู่ระหว่างรอหางานทำในโรงงานและมีเงินเก็บพอที่จะออกไปเช่าห้องพักอยู่ด้วยตัวเองได้
เอกสมัครเข้าทำงานโดยใช้คำนำหน้านามว่านางสาว รูปลักษณ์ภายนอกของเขาทำให้เพื่อนร่วมงานต่างเข้าใจว่าเป็นผู้ชาย มีเพียงแค่ฝ่ายบุคคลเท่านั้นที่รู้ความลับนี้ แต่เพียงไม่นานทุกคนก็รู้ความจริง
เพื่อนผู้ชายที่เคยสนิทเริ่มตีตัวออกห่างเพราะเข้าใจว่าเอกเป็นทอม ส่วนผู้หญิงที่เคยสนใจเขาก็เริ่มหายหน้าเพราะไม่อยากถูกล้อเลียนว่าพึงใจคนเพศเดียวกัน
เอกข่มใจระงับอารมณ์แค้นเคือง ทนทำงานที่โรงงานแห่งแรกได้ราว 3 เดือน จึงไปหางานที่ใหม่ แต่ไม่ได้ช่วยให้อะไรดีขึ้น
"ที่โรงงานแห่งที่สอง ช่วงแรก ๆ ก็ไม่มีอะไร จนผ่านไปได้สักสองหรือสามสัปดาห์ คนก็เริ่มรู้เรื่องของผม ครั้งนี้หนักกว่าเดิม ผมถูกพวกผู้ชายเข้ามาล็อคแขน ขา ไม่ให้ผมขัดขืนได้ แล้วก็ถูกล้วงเข้าไปจับดูอวัยวะเพศ เพราะอยากพิสูจน์ว่าจริง ๆ แล้วผมเป็นผู้หญิงหรือผู้ชาย ซึ่งผมรู้สึกแย่กับเหตุการณ์ครั้งนั้นมาก"
ตัดสินใจปลอมแปลงเอกสาร
ประสบการณ์ที่เลวร้ายจากสองโรงงานแรก ผลักดันให้เอกตัดสินใจปกปิดเรื่องราวของตัวเองด้วยการปลอมแปลงเอกสารสมัครงาน เขาเปลี่ยนคำนำหน้าจากนางสาวเป็นนายด้วยตัวเอง เพื่อใช้ในการสมัครงานกับโรงงานแห่งใหม่ ทุกอย่างผ่านไปได้ด้วยดีในช่วง 3 เดือนแรก แต่เอกก็มีความสุขกับชีวิตได้ไม่นาน เมื่อหน่วยงานประกันสังคมแจ้งให้โรงงานทราบว่าเอกใช้เอกสารปลอมในการสมัครงาน และเมื่อตรวจสอบเลขประจำตัวประชาชน 13 หลักแล้วพบว่า เอกเป็นผู้หญิงไม่ใช่ผู้ชาย
"ฝ่ายบุคคลเรียกผมไปพบและแจ้งว่าจะดำเนินคดีฐานปลอมแปลงเอกสารสมัครงาน ซึ่งผมก็ได้เล่าความจริงทั้งหมดให้ทางฝ่ายบุคคลฟังถึงเหตุผลที่ต้องปลอมเอกสาร ในที่สุดทางโรงงานก็ไม่เอาเรื่อง แต่ต้องเชิญผมออกและไม่จ่ายเงินเดือนเดือนสุดท้าย"
นับจากนั้นเอกต้องเปลี่ยนงานไปเรื่อย ๆ โดยยังปลอมแปลงเอกสารเกี่ยวกับคำนำหน้าชื่อเหมือนเดิม แต่เขาใช้เวลาทำงานในแต่ละที่ไม่เกินสามเดือน เพื่อไม่ให้ถูกตรวจสอบโดยประกันสังคม และทำอย่างนี้อยู่นานหลายปี
จุดพลิกผันครั้งที่สองในชีวิต
เพราะต้องเปลี่ยนงานไปเรื่อย ๆ เอกจึงมีโอกาสได้พบเจอเพื่อนใหม่อยู่ตลอด และได้พบกับผู้หญิงที่เขาบอกว่าคือเป้าหมายในชีวิต
"ตั้งแต่ผมได้พบกับเธอ ชีวิตผมมีความหมายขึ้นมากครับ เธอเป็นกำลังใจและอยู่เคียงข้างผมมาตลอด แม้ว่าผมจะเปลี่ยนงานทุก 3 เดือน เธอก็ยังอยู่ข้าง ๆ ผม"
ในที่สุดเอกก็สามารถเก็บเงินได้ก้อนหนึ่งและนำไปลงทุนทำกิจการค้าขายเล็ก ๆ น้อย ๆ ของตัวเอง หลุดพ้นจากโลกของการปลอมแปลงเอกสารและย้ายงาน เขาทุ่มเทเวลาไปกับร้านขายของ และทำงานเดินระบบไฟฟ้าเป็นงานเสริม ทำเช่นนั้นอยู่นานหลายปี แต่จู่ ๆ ผู้หญิงที่เคยเป็นกำลังใจได้ย้ายข้าวของออกไปจากห้องพักและจากไปโดยไม่บอกลา
"ผมคิดอะไรไม่ออกตอนนั้น ผมคิดแค่ว่าผมทำอะไรผิดเหรอ ทำไมเธอถึงทิ้งผมไป ไม่บอกอะไรผมสักคำ ผมพยายามโทรติดต่อญาติของเธอ แต่ทุกคนก็บอกว่าไม่รู้ว่าเธออยู่ไหน ผมพยายามโทรหาเธอแต่ก็ติดต่อไม่ได้ ผมทำแบบนั้นอยู่ร่วม 1 สัปดาห์ สุดท้ายก็มีความคิดชั่ววูบแล่นผ่านเข้ามาในหัวผมว่า เมื่ออยู่เป็นคนไม่ได้ ก็ตายเสียดีกว่า"
เอกตัดสินใจฆ่าตัวตายด้วยการปีนเสาไฟฟ้าเพื่อให้ไฟดูด หรือกระโดดลงมาตาย แต่ระหว่างที่ปีนขึ้นไปนั้น เขาเตะโดนสายสัญญาณเดือนภัยของตู้เอทีเอ็มที่ตั้งใกล้เคียง หลังจากนั้นตำรวจก็มาถึงจุดเกิดเหตุ
"ผมปีนขึ้นไปได้ประมาณ 10 นาทีเองนะถ้าจำไม่ผิด ตำรวจก็มาถึง เกลี้ยกล่อมผมอยู่นาน ในที่สุดผมก็ลงมา พอลงมาเขาก็พาผมไปโรงพัก พอถึงโรงพักเขาก็ตั้งข้อหาผมว่าพยายามลักทรัพย์ ซึ่งผมก็ได้อธิบายกับเขาว่าผมจะฆ่าตัวตาย ไม่ได้จะมาขโมยอะไร ทางตำรวจก็บอกผมว่าเซ็นไปเถอะศาลตัดสินอย่างมากก็รอลงอาญา ผมก็เลยยอมเซ็น"
ความตั้งใจลาจากโลกมนุษย์ ลงเอยด้วยการถูกฝากขังนาน72 วัน และถูกลงโทษจำคุก 6 เดือน ในข้อหาพยายามลักทรัพย์
ผมชอบอยู่ในคุกมากกว่าข้างนอก
เอกเล่าว่าตอนตรวจร่างกายเพื่อแยกเข้าแดนคุมขัง เจ้าหน้าที่ประชุมกันอยู่นานและตรวจร่างกายอย่างละเอียด ก่อนจะตัดสินใจส่งเขาไปอยู่ในแดนหญิง เพราะเกรงว่าอาจถูกล่วงละเมิดทางเพศในแดนชายได้
"เจ้าหน้าที่กลัวว่าผมจะถูกล่วงละเมิดเพราะมีช่องคลอด" เขาบอก และอธิบายว่าอวัยวะเพศชายของเขาไม่สามารถหลั่งน้ำอสุจิออกมาได้ หากมีการหลั่ง น้ำอสุจิทั้งหมดจะไหลออกมาทางช่องคลอด
เอกบอกว่าเขาได้รับความเอาใจใส่และปรนเปรอจากเพื่อนผู้ต้องขังในแดนหญิง "ช่วงนั้นผมมีความสุขมาก ชีวิตในคุกมันดีมากเลย มีแต่คนอยากมาคุยกับผม อยากมารู้จักผม มีแต่คนมาคอยเอาใจ ทั้งชีวิตผมไม่เคยได้รับอะไรแบบนี้เลย"
หลังพ้นโทษ เอกกลับออกมาเผชิญโลกแห่งความเป็นจริงอีกครั้ง เขาไปสมัครงานโดยไม่ได้ปลอมแปลงเอกสาร แต่ไม่ประสบความสำเร็จ เพราะประวัติที่ด่างพร้อย นายจ้างหลายแห่งรู้เรื่องของเขาเพราะมีนักข่าวที่อยู่ในห้องสอบสวนของตำรวจในครั้งนั้นโดยเขาไม่ได้รับแจ้ง ได้เขียนรายงานข่าวเกี่ยวกับเขา
สุดท้ายเอกหาทางทำให้ตัวเองได้กลับเข้าไปอยู่ในเรือนจำอีกครั้งด้วยการตระเวนตัดสายสัญญาณตู้เอทีเอ็มหลายแห่ง จนถูกลงโทษจำคุก 2 ปี 3 เดือน
"ตอนที่กลับเข้าไปในเรือนจำรอบที่สอง เขาก็ส่งตัวผมไปอยู่แดนหญิงเหมือนครั้งแรก ผมตั้งใจไว้เลยว่าผมจะไม่กลับออกมาอีกอะไรที่เป็นข้อห้ามในเรือนจำ ผมทำทุกอย่างเพื่อให้เจ้าหน้าที่เพิ่มโทษผม ผมจะได้อยู่ในนั้นไปเรื่อย ๆ"
ความพยายามของเอกไม่เป็นผล เขาได้รับการพิจารณาปล่อยตัวในที่สุด ในช่วงก่อนพ้นโทษ เขามีโอกาสเข้ารับการอบรมกับเอ็นจีโอองค์กรหนึ่งที่เข้ามาให้ความรู้เกี่ยวกับเรื่องของเพศสภาพ ทำให้เอกได้รู้จักกับคำว่า "เพศกำกวม หรือ Intersex" เป็นครั้งแรก และทำให้พบช่องทางที่จะทำให้เขาไม่ต้องเป็นตัวประหลาดอีกต่อไป และได้รู้ว่าเขาสามารถเปลี่ยนคำนำหน้าชื่อจากนางสาวมาเป็นนายได้ การพ้นโทษออกมาของเขาในครั้งนี้จึงเต็มไปด้วยความหวัง
เดินหน้าเปลี่ยนคำนำหน้าชื่อ
ด้วยความช่วยเหลือของเอ็นจีโอองค์กรหนึ่งที่จัดหาที่พักและงานให้ ปัจจุบันเอกเป็น รปภ.ประจำบริษัทแห่งหนึ่งได้ 3 เดือน โดยที่ยังไม่มีใครรู้เรื่องราวของเขา ในเวลาเดียวกันก็เดินเรื่องขอเปลี่ยนคำนำหน้าชื่อ
เอกเข้ารับการตรวจร่างกายอีกครั้งเพื่อให้ได้ใบรับรองแพทย์ที่ยืนยันว่าเขามีโครโมโซมในลักษณะของคนที่เป็นผู้ชายจริง และใบรับรองจากจิตแพทย์เพื่อยืนยันเกี่ยวกับสภาพจิตใจ
"ผมใช้เวลาทั้งหมด 5 เดือนในการทำทุกขั้นตอนเพื่อให้ได้เอกสารทางการแพทย์ที่อำเภอต้องการ เริ่มตั้งแต่เดือน กุมภาพันธ์ จนถึง มิถุนายน และพรุ่งนี้วันที่ผมรอคอยก็มาถึงเสียที"
เช้าวันที่ 24 มิถุนายน เอกตรวจสอบเอกสารที่เตรียมมาอยู่หลายรอบ เพราะเกรงว่าจะขาดหรือลืมเอกสารสำคัญอะไรไป เมื่อถึงเวลาเขาก็ออกเดินทางจากบ้านไปยังอำเภอแห่งหนึ่งในจังหวัดอุดรธานี บ้านเกิด เพื่อเดินเรื่องเปลี่ยนคำนำหน้าชื่อ สีหน้าและแววตาของเอกเต็มไปด้วยความกังวล เพราะกลัวว่าความฝันจะสะดุดลงอีก ซึ่งก็เป็นจริงอย่างที่คาด
ในวันนั้น ฝ่ายทะเบียนราษฎร์ต้องการเอกสารเพิ่มเติมเพื่อยืนยันตัวตนของเขา และขอให้พาพ่อแม่ เพื่อนหรือคนที่รู้จักเขาตั้งแต่เด็กมาให้ข้อมูลเพิ่มเติม เอกจึงต้องเดินทางกลับ และไปอำเภออีกครั้งในวันรุ่งขึ้น
เช้าวันถัดมาเพื่อนสนิทที่เข้าใจ และแม่ที่ไม่เคยยอมรับเพศสภาพของเอกเดินทางไปอำเภอด้วยกัน เจ้าหน้าที่ใช้เวลาส่วนหนึ่งในการประสานงานกับส่วนกลางเพื่อขอคำแนะนำในการดำเนินขั้นตอนทางทะเบียนราษฎร์ที่อำเภอแห่งนี้ไม่เคยต้องพบเจอมาก่อน ท้ายที่สุดเอกก็ได้รับอนุญาตให้เปลี่ยนคำนำหน้าชื่อจาก "นางสาว" เป็น "นาย" สมความตั้งใจ แต่นั่นเกิดขึ้นหลังจากเจ้าหน้าที่ของทางอำเภอได้ตรวจร่างกายของเอกอีกครั้งเพื่อยืนยันเป็นขั้นสุดท้ายว่าอวัยวะเพศของเขานั้นมีลักษณะกำกวมตามที่ใบรับรองแพทย์ระบุ
เอกยังขอเปลี่ยนชื่อที่ใช้มาร่วมสี่สิบปี เป็นชื่อใหม่ที่ฟังดูสมความเป็นชายมากขึ้น
"โลกทั้งใบของผมในวันนี้สวยงามไปหมด เหมือนยกภูเขาออกจากอก ผมอยากตะโกนออกมาดัง ๆ เพื่อบอกคนทั้งโลกว่า ผมได้ชีวิตใหม่แล้ว ตั้งแต่วินาทีที่ปลัดอำเภอท่านบอกว่า จะเปลี่ยนคำนำหน้าชื่อให้วันนี้เลย ความทุกข์ในใจของผมมันหายไปหมดเลย ผมมองเห็นอนาคตที่สวยงามรอผมอยู่ ผมจะไม่ต้องอยู่แบบ หลบ ๆ ซ่อน ๆ และต้องทนกับสายตาที่มองผมเป็นตัวประหลาดอีกต่อไปแล้ว"
นายสุรเชษฐ์ ไขโพธิ์ ปลัดอำเภอ รักษาราชการแทนนายอำเภอเมืองอุดรธานี อธิบายขั้นตอนในการดำเนินการขอเปลี่ยนคำนำหน้าชื่อของคนที่มีเพศกำกวม หรือ Intersex ว่า หลักฐานสำคัญที่สุดที่ใช้ประกอบการยื่นคำร้องคือใบรับรองแพทย์ที่ออกจากโรงพยาบาลของรัฐ ซึ่งจะต้องมีคำวินิจฉัยทั้งในด้านกายภาพคือ ในส่วนที่อธิบายลักษณะของการมีเพศกำกวม และในส่วนของด้านจิตวิทยา คือสภาพจิตใจที่แสดงความพร้อมอยู่ร่วมกับคนอื่นในสังคม และสภาพจิตใจที่ตรงกับลักษณะทางกายภาพที่แสดงออกมา
ในกรณีเอก นายสุรเชษฐ์บอกว่า จากการที่ได้พูดคุยพบว่าเขาได้รับความทุกข์ใจจากการมีคำนำหน้าชื่อที่ไม่ตรงกับความรู้สึกนึกคิด และลักษณะทางกายภาพที่แสดงออกมา เมื่อเอกสารหลักฐานทุกอย่างพร้อม ทางราชการก็ไม่มีข้อสงสัยที่จะดำเนินการเปลี่ยนคำนำหน้าชื่อเพื่อให้เขามีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น
"มาเลย" - Google News
June 25, 2020
https://ift.tt/3i6w16S
ภาวะเพศกำกวม : ชีวิตที่เคว้งคว้างและความหวังใหม่ในฐานะบุรุษ - บีบีซีไทย
"มาเลย" - Google News
https://ift.tt/3eDupyG
Home To Blog
No comments:
Post a Comment